วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

บทที่ 6 อินเทอร์เน็ต


บทที่ 6
อินเทอร์เน็ต
ตอนที่ 1 อธิบาย (หมายถึง การให้รายละเอียดเพิ่มเติม  ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่างประกอบ ) ตอบแบบสั้น

1. อินเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอลใดเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อเชื่อมเครือข่ายเข้าด้วยกัน
    ตอบ    TCP / IP
2. อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายของเครือข่ายเดิมมีชื่อว่าอะไร
    ตอบ     เครือข่าย อาพาเน็ต
3. อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยออนไลน์โดยสมบูรณ์เมื่อใด มีชื่อเรียกว่าอะไร
    ตอบ    สมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2535 มีชื่อเรียกว่า เครือข่ายไทยสาร หรือไทยสารอินเทอร์
5. โปรโตคอลคืออะไร
    ตอบ    ข้อกำหนดที่อธิบายวิธีสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบโปรแกรม
7. ระบบชื่อโดเมนคืออะไร
    ตอบ   ระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระบบอาจจะแตกต่างกันหรือมีฮาร์ดแวร์แตกต่างกัน แต่สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายได้ด้วยซอฟแวร์ในเครือ
9. องค์กรใดในประเทศไทยทำหน้าที่ควบคุมดูแลจัดการเกี่ยวกับการตั้งชื่อโดเมนในอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนไม่ให้ซ้ำกัน
    ตอบ   Tnter NTC หรือ (Network Information Canter)

ตอนที่  3 อธิบายคำศัพท์ (หมายถึง การแปลคำศัพท์ ขยายความ อธิบายเพิ่มเติม ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่างประกอบ) ตอบแบบสั้น
1. HTML
    การแสดงผลได้ทั้งข้อมูลที่เป็นข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง
2. SLIP/PPP
    เป็นการเชื่อมต่อผ่านโมเด็มหรือสายโทรศัพท์หรือสายสื่อสารอนุกรมโดยใช้โปรโตคอล SLIP สำหรับเชื่อมสายสื่อสารอนุกรม และ PPP เพื่อให้สามารถใช้อ่านร่วมกับโปรโตคอลอื่นได้
3. IP Address
    หมายเลขประจำตัวเครื่องมีขนาด 32 บิต แยกออกเป็นตัวเลข 4 ส่วน ๆ ละ 8 บิต แต่ละส่วนมีค่าไม่เกิน 255 แต่ละส่วนคั่นด้วยเครื่องหมายจุด
4. TCP/IP
    เครื่องที่ให้บริการของโกฟอกร์ สามารถที่จะค้นหาและรับข้อมูลแบบง่ายบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่ยุ่งยากและสามารถรับข้อมูลได้หลายแบบ
5. Encryption
    การป้อนข้อมูลเป็นรหัสลับที่ไม่สามารถอ่านได้ ผู้ที่สามารถเข้ารหัสได้คือผู้ที่ทราบรหัสเท่านั้นจึงจะเข้าถึงข้อมูลได้
6. PGP
    เป็นโปรแกรมเข้ารหัส ชนิดรหัสสาธารณะเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ใช้ด้วยกันในระบบเครือข่าย เป็นโปรแกรมประเภทฟรีแวร์
7. Teleconferencing System
     การประชุมหรือการสัมมนาผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ผู้ประชุมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกันแต่คุยกันได้ มองเห็นกันได้ผ่านทางจอของคอมพิวเตอร์
8. Virtual University
     ระบบมหาวิทยาลัยเสมือนออกแบบมาเพื่อใช้ในการศึกษาทางไกล ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนและเรียนจากมหาวิทยาลัยผ่านอินเทอร์เน็ต
9. Web Page
    แต่ละหน้าของเว้บ ประกอบด้วย ข้อมูล รูปภาพ เสียง และดีวีดี โดยเป็นข้อมูลแบบสื่อผสมหรือมัลติมีเดีย
10. Home Page
    หน้าแรกของเว็บไซต์





ผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตปัจจุบันมีบริษัทไหนบ้าง ?

          หน้าที่หลักๆของ ISP ก็คือ การให้บริการทางอินเทอร์เน็ต การดูแล Website การตรวจสอบข้อมูลที่จะผ่านออกไปลงในเว็บ ผู้ให้บริการ ISP มี 18 แห่งคือ
1.บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด
2. บริษัท เคเอสซี คอมเมอร์เชียล อินเทอร์เน็ต จำกัด
 3. บริษัท อินโฟ แอคเซส จำกัด
4. บริษัท สามารถ อินโฟเน็ต จำกัด
 5. บริษัท เอเน็ต จำกัด
 6. บริษัท ไอเน็ต (ประเทศไทย) จำกัด
 7. บริษัท เวิลด์เน็ต แอน เซอร์วิส จำกัด
 8. บริษัท ดาตา ลายไทย จำกัด
9. บริษัท เอเชีย อินโฟเน็ต จำกัด
10. บริษัท ดิไอเดีย คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย จำกัด
 11. บริษัท สยาม โกลบอล แอกเซส จำกัด
12. บริษัท ซีเอส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
 13. บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด
 14. บริษัท ชมะนันท์ เวิลด์เน็ต จำกัด
15. บริษัท ฟาร์อีสต์ อินเทอร์เน็ต จำกัด
16. บริษัท อีซีเน็ต จำกัด
17. บริษัท เคเบิล วายเลส จำกัด
 18. บริษัท รอยเน็ต จำกัด (มหาชน)

บทที่ 5 การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย


บทที่  5  การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย
ตอนที่ 1  อธิบาย (หมายถึงการให้รายละเอียดเพิ่มเติม ขยายความ ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่างประกอบ )  ตอบแบบสั้น
1.       อธิบายความหมายของ “ระบบการสื่อสารข้อมูล”
ตอบ    การถ่ายโอนหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Transmission) กัน หรือการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง
2.        องค์ประกอบพื้นฐานของระบบสื่อสารมีอะไรบ้าง
ตอบ     1.  ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูล   2. ผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูล  3.  ข้อมูล     4.   ช่องทางการสื่อสาร     5.   โปรโตคอล
3.       สัญญาณอนาล็อกต่างจากสัญญาณดิจิตอลอย่างไร
ตอบ     สัญญาณอนาล็อกเป็นการส่งสัญญาณข้อมูลต่อเนื่องกัน แต่สัญญาณดิจิตอลเป็นการส่งสัญญาณแบบฐานสอง
4.       รูปแบบการส่งสัญญาณข้อมูลแบบ  Full – Duplex เป็นอย่างไร
ตอบ     เป็นการส่งสัญญาณข้อมูลได้พร้อมกันทั้งสองทางสามารถโต้ตอบสนทนาได้ทันที เช่น การพูดโทรศัพท์
5.       สื่อกลางในการสื่อสารชนิดสื่อที่สามารถกำหนดเส้นทางได้เป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง
ตอบ    เป็นสายคู่เกลียวและสายเอสทีพี สายคู่เกลียวได้แก่ สายโทรศัพท์  สายเคเบิลใยแก้วนำแสง สายเอสทีพี ได้แก่  การข้องกับสัญญาณรบกวน
6.       สายโคแอกเชียลมีคุณสมบัติอย่างไร  ยกตัวอย่างการนำสายชนิดนี้มาใช้งานด้านใดได้บ้าง
ตอบ   ส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่สูงกว่าและส่งได้ไกลกว่า นำมาใช้งานด้านเคเบิลทีวี ระบบเครือข่าย LAN และระบบโทรศัพท์เป็นต้น
7.       เพราะเหตุใดจึงนำเอาสายเคเบิลใยแก้วนำแสงมาเป็นแกนหลัก (Backbone) ของเครือข่าย
ตอบ    สายแก้วมีช่องสัญญาณสูงกว่าสายทองแดงหลายร้อยเท่า จึงถูกนำมาใช้งานระบบเครือข่ายความเร็วสูง อัตราการสูญเสียพลังงานต่ำ
8.       หากไม่ต้องการใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นแกนหลักของเครือข่าย จะใช้สื่อชนิดใดได้แทนได้ เพราะเหตุใด
ตอบ   สายคู่บิดเกลียวและสายโคแอกเชียลเพราะเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในการสื่อสารแบบสามารถกำหนดเส้นทางได้เหมือนกัน
9.       อธิบายความหมายของ “ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์”
ตอบ   หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปที่เป็นอิสระต่อกัน นำมาเชื่อมต่อกันได้โดยไม่จำกัด
10.   ประโยชน์ของระบบเครือข่ายมีอย่างไรบ้าง
ตอบ   1.  การใช้ทรัพยากรร่วมกัน    2.  การติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ใช้   3.  เพิ่มความน่าเชื่อถือ   4.  สามารถประมวลผลแบบกระจายได้    5.  ประหยัดปริมาณ   6.  สามารถควบคุมและจัดสรรทรัพยากรจากส่วนกลาง


ตอนที่  3  อธิบายศัพท์
1.       UTP
ตอบ   เป็นสายคู่บิดเกลียวไม่มีฉนวนหุ้มอีกชั้นมักใช้ในการเดินสายโทรศัพท์ ละเครือข่ายใกล้ ๆ
2.       Unguided Media
ตอบ   คลื่นส่งผ่านทางอากาศ สุญญากาศ และน้ำ  คลื่นไมโครเวฟ คลื่นสัญญาณดาวเทียม หรือคลื่นวิทยุ
3.       Downlink
ตอบ   สัญญาณดาวลิงค์ เพื่อป้องกันการรบกวนสัญญาณที่ส่งมา
4.       Teanponder
ตอบ   ทำหน้าที่ขยายสัญญาณที่มารับซึ่งมีกำลังอ่อนมาก ทำการทบทวนสัญญาณและตรวจสอบ ตำแหน่งของสถานีปลายทาง
5.       Distributed System
ตอบ   ผู้ใช้สามารถประมวลผลได้เองไม่ต้องมาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์เพราะเป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก ๆ หลายเครื่อง
6.       WAN
ตอบ   ระบบเครือข่ายที่พยากรอากาศเชื่อมต่อครอบคลุมพื้นที่ระดับภูมิภาคระยะประมาณ 10 – 1,000 กิโลเมตร
7.       Wireless Communication
ตอบ   เครือข่ายใช่สาย  หมายถึง การสื่อสารใช้สายแบบดิจิตอล
8.       PDA
ตอบ   เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจากมีความจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างนำเครื่องตัวไปยังสถานีต่าง ๆ
9.       Broadcast Network
ตอบ    ประกอบด้วยช่องสื่อสารเพียงหนึ่งช่องชื่อคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายจะใช้งานร่วมกัน
10.   Application Layer
ตอบ  เป็นระดับผู้ใช้ติดต่อกับระบบเครือข่ายโปรแกรมประยุกต์ เพื่อใช้ในการบริการส่งข้อมูลแก่ผู้ใช้มีมาตรฐานเดียว

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

เจ้าของดาวเทียมไทยคม


เจ้าของดาวเทียมไทยคม 


ดาวเทียมไทยคม เป็นโครงการ ดาวเทียมสื่อสาร เพื่อให้บริการสื่อสารผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม ซึ่งกระทรวงคมนาคม (ในขณะนั้น) ต้องการจัดหาดาวเทียมเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการสื่อสารของประเทศอย่างรวด เร็ว แต่ในเวลานั้นประเทศไทยยังไม่มีดาวเทียมเป็นของตนเอง และต้องทำการเช่าวงจรสื่อสารจากดาวเทียมของประเทศต่างๆ ทำให้ให้เกิดความไม่สะดวกและสูญเสียเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากการจัดสร้างดาวเทียมต้องใช้เงินลงทุนสูงมากจึงได้มีการเปิด ประมูลเพื่อให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทนการใช้งบประมาณจาก ภาครัฐ และ บริษัท ชินวัตร แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานเมื่อ พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา เป็นระยะเวลา 30 ปี (ปัจจุบันอำนาจการดูแลสัญญาโอนไปที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)ชื่อ "ไทยคม" (Thaicom) เป็นชื่อพระราชทาน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน โดยย่อมาจาก Thai Communications ในภาษาอังกฤษ

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัด บทที่ 3 การประมวลผลข้อมูล





แบบฝึกหัด
บทที่ 3  การประมวลผลข้อมูล

 ตอนที่ 1

2. ข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิต่างกันอยา่างไร
      ตอบ     ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data)  เป็นข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งกำเนิดข้อมูลโดยตรง  เป็นการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง  จากการสัมภาษณ์  สอบถาม  แต่ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data)  เป็นข้อมูลที่มีผู้เก็บรวบรวมไว้แล้วสามารถนำมาใช้งานได้ทันที
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
7. อธิบายความหมายของ "เขตข้อมูล (Field)"
      ตอบ      เขตข้อมูล คือ กลุ่มของอักขระทีสัมพันธ์กัน ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไปที่นำมารวมกันแล้วแสดงลักษณะหรือความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ฟิลด์แต่ละฟิลด์ยังแยกออกเป็นประเภทข้อมูล ซึ่งจะบ่งบอกว่าในเขตฟิลด์นั้นบรรจุข้อมูลประเภทใดไว้ สามารถแยกประเภทของฟิลด์ได้เป็น 3 ประเภทคือ

          - ฟิลด์ตัวเลข (numeric field) ประกอบด้วย อักขระที่เป็นตัวเลข ซึ่งอาจเป็นเลขจำนวนเต็มหรือทศนิยมและอาจมีเครื่องหมายลบหรือบวก เช่น ยอดคงเหลือในบัญชีเป็นกลุ่มของตัวเลข

          - ฟิลด์ตัวอักษร (alphabetic field) ประกอบด้วย อักขระที่เป็นตัวอักษรหรือช่องว่าง (blank) เช่น ชื่อลูกค้าเป็นกลุ่มของตัวอักษร

          - ฟิลด์อักขระ (character field หรือ alphanumeric field) ประกอบด้วย อักขระซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขหรือตัวอักษรก็ได้ เช่น ที่อยู่ของลูกค้า
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
9. วิธีจัดการแฟ้มข้อมูลแบบใดเข้าถึงข้อมูลได้เร็วที่สุด  เพราะเหตุใดและมีประโยชน์อย่างไร  ยกตัวอย่าง
     ตอบ     การประมวลผลแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ  เพราะทุกๆ ระเบียนถูกจัดการแบบเรียงลำดับโดยใช้ฟิลด์ใดฟิลด์หนึ่งเป็นฟิลด์หลัก  ประโยชน์ของการจัดการแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ  คือ  เป็นวิธีการจัดการข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  เหมาะสำหรับจำนวนข้อมูลที่มีปริมาณมากและประมวลผลเป็นครั้งคราว  แต่วิธีนี้จะช้ามากเกินไปสำหรับโปรแกรมที่ต้องการการปรับปรุงหรือการตอบสนองโดยทันที  ตัวอย่างเช่น  การนำระเบียนเงินเดือนไปปรับปรุงรายการในแฟ้มเงินเดือนใช้หมายเลขประกันสังคมของลูกจ้างเป็นคีย์หลัก
------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 3


ข้อ 1.  ตอบ     Process คือ การประมวลผลข้อมูล การกำหนดค่า การโยกย้ายข้อมูล หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์
ข้อ 2.  ตอบ     Input/Output (I/O) คือ หน่วยรับหรือแสดงข้อมูลโดยไม่ระบุอุปกรณ์
ข้อ 3.  ตอบ     Terminal, Interrupt คือ แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของโปรแกรม
ข้อ 4.  ตอบ    Display คือ แสดงผลจอทางภาพ
ข้อ 5.  ตอบ     Printer คือ แสดงผลทางเครื่องพิมพ์
ข้อ 6.  ตอบ     Decision คือ กำหนดเงื่อนไข ทางเลือก การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์เพื่อการตัดสินใจ
ข้อ 7.  ตอบ     Predefined Process คือ โปรแกรมย่อยหรือโมดูล เริ่มทำงานหลังจากจบคำสั่งในโปรแกรมย่อยแล้วจะกลับมาทำคำสั่งต่อไป
ข้อ 8.  ตอบ     Preparation คือ การเตรียมทำงานลำดับต่อไป
ข้อ 9.  ตอบ     Connector คือ จุดเชื่อมต่อผังงานในหน้าเดียวกัน
ข้อ 10. ตอบ     Off page Connector คือ จุดเชื่อมต่อผังงานที่อยู่ต่างหน้ากัน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แบบฝึกหัดบทที่ 4 การวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน


แบบฝึกหัดบทที่ 4
การวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน

ตอนที่ 1

ข้อ 2. อธิบายความหมายของ “การวิเคราะห์ระบบ”
ตอบ     หมายถึง กระบวนการเกี่ยวกับการศึกษาระบบที่มีอยู่แล้ว เพื่อกำหนดวิธีการทำงานและวิธีการที่ผู้ใช้ต้องการ การวิเคราะห์ระบบเป็นการวางแผนงาน การทำงานเพื่อปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น การวิเคราะห์ รวมถึงการสำรวจ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ทำอยู่แล้วและผู้ใช้ระบบ

ข้อ 3. วงจรการพัฒนาระบบมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง
ตอบ     มี 5 ขั้นตอน ดังนี้
          1. ขั้นเตรียมการ สำรวจ กำหนดปัญหา
          2. การวิเคราะห์ ทำความเข้าใจกับระบบเดิม
          3. การออกแบบ การวางแผนออกแบบระบบใหม่
       4. การพัฒนา การทำงานเพื่อให้ได้ระบบงานใหม่ตามที่ออกแบบไว้
          5. การนำไปใช้ การเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่

ข้อ 7. แผนภาพกระแสข้อมูลมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ     เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเขียนระบบใหม่ แสดงถึงหน้าที่ของระบบซึ่งมีความสำคัญและมีความสลับซับซ้อนมาก แสดงให้เห็นถึงการไหลของข้อมูลตลอดทั้งระบบ การเขียนแผนภาพกระแสข้อมูลอย่างละเอียดจะทำให้การออกแบบระบบทำได้ง่ายขึ้น

ตอนที่ 3

ข้อ 1.  ตอบ     Process คือ การประมวลผลข้อมูล การกำหนดค่า การโยกย้ายข้อมูล หรือการคำนวณทางคณิตศาสตร์
ข้อ 2.  ตอบ     Input/Output (I/O) คือ หน่วยรับหรือแสดงข้อมูลโดยไม่ระบุอุปกรณ์
ข้อ 3.  ตอบ     Terminal, Interrupt คือ แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของโปรแกรม
ข้อ 4.  ตอบ    Display คือ แสดงผลจอทางภาพ
ข้อ 5.  ตอบ     Printer คือ แสดงผลทางเครื่องพิมพ์
ข้อ 6.  ตอบ     Decision คือ กำหนดเงื่อนไข ทางเลือก การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์เพื่อการตัดสินใจ
ข้อ 7.  ตอบ     Predefined Process คือ โปรแกรมย่อยหรือโมดูล เริ่มทำงานหลังจากจบคำสั่งในโปรแกรมย่อยแล้วจะกลับมาทำคำสั่งต่อไป
ข้อ 8.  ตอบ     Preparation คือ การเตรียมทำงานลำดับต่อไป
ข้อ 9.  ตอบ     Connector คือ จุดเชื่อมต่อผังงานในหน้าเดียวกัน
ข้อ 10. ตอบ     Off page Connector คือ จุดเชื่อมต่อผังงานที่อยู่ต่างหน้ากัน


วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แบบทดสอบและกิจกรรมการฝึกทักษะ บทที่ 2 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์


แบบทดสอบและกิจกรรมการฝึกทักษะ 
บทที่ 2 องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

ตอนที่1


1.ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญกี่ส่วน อะไรบ้าง
   ตอบ.     3 ส่วน    1.อาร์ดแวร์
                               2.ซอฟต์แวร์
                               3.บุคลากร

3.หน่วยรับโปรแกรมและข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 ประเภท อะไรบ้าง
   ตอบ.     1.อุปกรณ์แบบธรรมดา
                2.อุปกรณ์แแบบพิเศษ
                3.อุปกรณ์รับข้อมูลโดยตรง

5.หน่วยความจำขนาด 4 GB มีความจุกี่ไบต์
   ตอบ.    429,4967,296  ไบต์

6.RAM คืออะไร
   ตอบ.    หน่วยความจำชั่วคราวเป็นหน่วยจัดเก็บโปรมแกรมและข้อมูลในระหว่างการทำการประมวลผล

9.ROM ต่างจาก RAM อย่างไร มีกี่ชนิด ชนิดใดนำไปใช้กับระบบ POS
   ตอบ.    POM เป็นหน่วยความจชนิดอ่านได้อย่างเดียวเท่านั้น ส่วน RAM เป็นหน่วยความจำชัางคราวเป็นหน่วยจัดเ้ก็บดปรแกรมและข้อมูลในระหว่างการประุมวลผล มี 3 ชนิด  ได้แก่
                        1. PROM
                        2. EPROM
                        3.EEPROM ชนิดที่นำไปใช้กับระบบ POS คือ EEPROM

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 3.

 1.ซอฟต์แวร์คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงอธิบาย
    ตอบ.    โปรแกรมหรือชุดคำสั่ง ทำหนต้าที่สั่งให้ส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์ทำงานได้โดยอัตโนมัติ มี 2 ประเภท ได้แก่ 1.ซอฟต์แวร์ระบบ 2.ซอฟต์แวร์ประยุกต์

3.โปรแกรมประเภทฟรีแวร์ แชร์แวร์ เฟรร์มแวร์ เป้นอย่างไร
    ตอบ.    โปรแกรมที่ช่วยอเำนวยความสะดวกในการทำงานได้หลายงานไม่ต้องเรียงดปรแกรมขึ้นมาใหม่ เพียงเรียนรู้การใช้งานเท่านั้น จะช่วยในการทำงานได้หลายงาน

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือ สารสนเทศ ต่างกันยังไง?


ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือ สารสนเทศ ต่างกันยังไง?

          ความหมายของข้อมูล
     ข้อมูล (Data) หมายถึง ข่าวสาร เอกสาร ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของหรือเหตุการณ์ที่มีอยู่ในรูปของตัวเลข ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ต่างๆ ที่มีความหมายเฉพาะตัว ซึ่งยังไม่มีการประมวลไม่เกี่ยวกับการนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ไพโรจน์ คชชา, 2542)

     พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2525) ให้ความหมายของ ข้อมูล(Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือสิ่งที่ถือหรือยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง สำหรับใช้เป็นหลักอนุมานหาความจริงหรือ การคำนวณ

     ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อยู่ในรูปของตัวเลขหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านการประมวลข้อมูล (มนตรี ดวงจิโน, 2546)

" กล่าวโดยสรุป ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ผ่านการประมวลผล"

          ลักษณะข้อมูล
               1. ข้อมูลที่คำนวณไม่ได้ ได้แก่ ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ รหัสประจำตัว
               2. ข้อมูลที่คำนวณได้ ได้แก่ ตัวเลขที่มีความหมายในการคำนวณ


          ประเภทของข้อมูล
               1. ข้อมูลเพื่อการวางแผน หมายถึง ข้อมูลที่มีความสำคัญเกี่ยวกับการวางแผนงานการบริหาร ใช้ในการควบคุม การตัดสินใจ โดยได้มีการสรุปเป็นหมวดหมู่เป็นตาราง มีการคำนวณ จัดเรียงลำดับ ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า สารสนเทศ
               2. ข้อมูลการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
               3. ข้อมูลอ้างอิง หมายถึง ข้อมูลที่เก็บไว้สำหรับอ้างอิง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          ความหมายของสารสนเทศ
     สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน (ไพโรจน์ คชชา, 2542)

     สารสนเทศ (Information) หมายถึง ความรู้หรือข้อมูลและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ได้รับการประมวลแล้วและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ (มนตรี ดวงจิโน, 2546)

     วิเศษศักดิ์ โคตรอาษา (2542) ได้ให้ความหมาย สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลที่ได้ถูกกระทำให้มีความสัมพันธ์หรือความหมายนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การเก็บข้อมูล การขายรายวันแล้วนำการประมวลผล เพื่อหาว่าสินค้าใดมียอดขายสูงที่สุด เพื่อจัดทำแผนการขายในเดือนต่อไป ซึ่งสารสนเทศมีประโยชน์ คือ
        1. ให้ความรู้
        2. ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
        3. ทำให้เห็นสภาพปัญหา สภาพการเปลี่ยนแปลงว่าก้าวหน้าหรือตกต่ำ
        4. สามารถประเมินค่าได้

" กล่าวโดยสรุป สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้วสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้" 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          ความหมายของระบบสารสนเทศ
     ระบบสารสนเทศ (Information System) คือ กระบวนการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งทำให้เป็นสารสนเทศ การจัดเก็บและการนำเสนอสารสนเทศให้เป็นปัจจุบันทันเหตุการณ์

     วิเศษศักดิ์ โคตรอาษา (2542) ได้ให้ความหมายของ ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถึง ขบวนการประมวลผลข่าวสารที่มีอยู่ให้อยู่ในรูปของข่าวสารที่เป็นประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็นข้อสรุปที่ใช้สนับสนุนการบริหารและการตัดสินใจทั้งในระดับปฏิบัติการ ระดับกลาง และระดับ
สูง ระบบสารสนเทศจึงเป็นระบบที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับข้อมูลตังต่อไปนี้
        1. รวบรวมข้อมูลทั้งภายใน ภายนอก ซึ่งจำเป็นต่อหน่วยงาน
        2. จัดกระทำเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้เป็นสารสนเทศที่พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้
        3. จัดให้มีระบบเก็บเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกต่อการค้นหาและนำไปใช้
        4. มีการปรับปรุงข้อมูลเสมอ เพื่อให้อยู่ในภาพที่ถูกต้องทันสมัย

     ขบวนการที่ทำให้เกิดสารสนเทศเรียกว่า “การประมวลผลสารสนเทศ” (Information Processing) และเรียกวิธีการประมวลผลสารสนเทศด้วยเครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า “เทคโนโลยีสารสนเทศ” (Information Technology : IT)

     แหล่งที่มาของข้อมูลสารสนเทศ
        1. ข้อมูลภายใน หมายถึง ข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในองค์กรนั้น ได้แก่ ข้อมูล การปฏิบัติงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลงานบุคลากร ข้อมูลงานกิจการนักเรียน
        2. ข้อมูลภายนอก หมายถึง ข้อมูลที่เกิดขึ้นนอกองค์กร ข้อมูลหน่วยงานอื่นๆ

     ประโยชน์ของสารสนเทศ
        1. ให้ความรู้ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
        2. ใช้ในการวางแผนการบริหารงาน
        3. ใช้ประกอบการตัดสินใจ
        4. ใช้ในการควบคุมสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
        5. เพื่อให้การบริหารงานมีระบบ ลดความซ้ำซ้อน

     แนวทางในการจัดทำระบบสารสนเทศ
        1. การเก็บรวบรวมข้อมูล
        2. การตรวจสอบข้อมูล
        3. การประมวลผล
        4. การจัดเก็บข้อมูล
        5. การวิเคราะห์
        6. การนำไปใช้



ขอบคุณข้อมูลจาก : ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ